Phra Ubosot, Wat Bowonniwet

The Insignia of King Rama IV on the Pediment of Phra Ubosot, Wat Bowonniwet พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ ๔ บนหน้าบันด้านทิศตะวันออก ตรามหามงกุฎและพระขรรค์ ประดิษฐานเหนือพานแว่นฟ้า วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

ตราประจำพระองค์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น ๔ หลายพระองค์มักแสดงสัญลักษณ์อันเนื่องในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะพระมหามงกุฎซึ่งเป็นพระนามเดิม สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวที่ทรงเลือกใช้รูปเพชรเปล่งรัศมี ตามความหมายของพระนามฉายาในสมเด็จพระบรมชนกนาถ เป็นตราประจำพระองค์ในพระราชหัตถเลขา ฉบับวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๔๘ (พ.ศ. ๒๓๙๑) ถึง G.W. Eddy พระสหายชาวอเมริกัน พระภิกษุ สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ทรงแปลพระนาม “วชิรญาณ” ว่า “he has lightness of skill like a diamond” เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว พระนามฉายานี้จึงได้กลายเป็นสร้อยพระปรมาภิไธยว่า “เพชรญาณประภาไพโรจ”สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ จะทรงใช้พระตรารูปเพชรนี้ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบชัด แต่สันนิษฐานว่าคงไม่เร็วไปกว่า พ.ศ. ๒๔๒๔ เมื่อทรงรับกรมครั้งแรก เป็น “กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส” พระตรานี้ปรากฎบนสิ่งของหลายประเภท เช่น ตราพิมพ์หัวกระดาษ ตราประทับ ย่าม ตาลปัตรพัดรอง เป็นต้นท่านใดได้เคยไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ คงจะเคยเห็นของชิ้นเล็กแต่น่าสนใจอีกชิ้นหนึ่ง คือ มีดตัดกระดาษและเหน็บกระดาษ จารึกพุทธศาสนสุภาษิต ซึ่งเป็นของชำร่วยในงานที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าพระองค์นั้นทรงรับพระสุพรรณบัฏเป็น “กรมหลวงวชิรญาณวโรรส” พ.ศ. ๒๔๔๙ ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชธุระจัดหาของที่ระลึก โดยทรงคิดค้นให้มีรูปแบบสอดคล้องกับพระนาม “วชิรญาณ” พระราชทานพระบรมราชาธิบายอันกระจ่างชัดไว้ว่า“วชิระสิ่งนี้โบราณมาย่อมทำเปนรูปเปลว ๒ ข้างมีที่มือกำกลาง ซึ่งเดิมแท้เปนของพระอินทร แลยืมเอามาใช้สำหรับพระพุทธเจ้าด้วย เช่นทำวชิระไว้ตรงหน้าตักเช่นนี้เปนต้น แต่ที่มาทางอื่นเปนรูปคดไปคดมาอย่างไฟฟ้าก็เปนวชิระ แต่มันลึกเกินไปกว่าคนที่ไม่ได้ใส่ใจรู้ จึงลดลงมาเพียงวชิราวุธซึ่งพระอินทรถือ ไทย ๆ เราเข้าใจว่าพระขรรค์เพชร” ทรงอธิบายต่อไปอีกถึงพระราชลัญจกรในรัชกาลที่ ๔ ว่า “ลดลงมาอีกชั้นหนึ่งดูพระราชลัญจกรวชิรญาณ มหามงกุฎยกเสียเปนพระนามเดิม วชิรญาณซึ่งแสดงในพระราชลัญจกรนั้นเปน ๒ อย่าง คืออย่างหนึ่งเปนพระขรรค์ อย่างหนึ่งเปนแว่นกับสมุด”มีดตัดกระดาษปลายด้ามเป็นรูปเพชร จึงกลายเป็นของประทานแจกที่รวมสัญลักษณ์และความหมายของพระนาม “วชิรญาณ” ไว้อย่างบริบูรณ์ ผู้ได้รับของชำร่วยชิ้นนี้จะได้รับหนังสือพุทธศาสนสุภาษิตด้วยเล่มหนึ่ง ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงเรียบเรียง เมื่ออยากจะทราบคำแปลของสุภาษิตบทที่จารึกไว้บนมีดที่ตนได้รับไป ก็ให้ใช้มีดเล่มนั้นตัดกระดาษหนังสือออกดู เป็นอันสมพระราชดำริที่ว่า “วชิรญาณมีญาณเปนเพชร์ ซึ่งจะตัดเผยแพร่ธรรมที่ดีออกให้ปรากฎ”เนื่องในวันประสูติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ปีที่ ๑๖๑ วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔

Information from https://www.facebook.com/pimmas.suksri/posts/10158406712512060